Cryptocurrencies & Blockchain Technology Adoption - การนำสกุลเงินดิจิทัลและเทคโนโลยีบล็อกเชนมาใช้ในชีวิตจริง
posted

*บทความนี้ไม่ใช่คำแนะนำทางการเงิน ผมไม่ใช่ Financial Advisor โปรดศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจลงทุน - This is not financial advice. I am not Financial Advisor, please do your own research.

“Bitcoin และ สกุลเงินดิจิทัล (Cryptocurrency) ต่างๆที่มีอยู่ในปัจจุบันส่วนใหญ่กว่า 90% ทำงานโดยเทคโนโลยีบล็อกเชน (Blockchain)”

สาเหตุที่ผมเขียนบทความนี้
1. เพื่อให้ทุกท่านที่กำลังลงทุนหรือวางแผนจะลงทุนในอนาคต เข้าใจเกี่ยวกับเทคโนโลยีบล็อกเชนมากขึ้น โดยไม่มองว่าสิ่งที่กำลังลงทุนเป็นการเก็งกำไรเท่านั้น
2. สำหรับเจ้าของธุรกิจมองเห็นโอกาสในการนำเทคโนโลยีบล็อกเชนมาใช้ในธุรกิจจริง
3. สถาบันการศึกษา และหน่วยงานต่างๆ นำประโยชน์ของเทคโนโลยีบล็อกเชนมาใช้ได้จริง

“เทคโนโลยีบล็อกเชน (Blockchain) ในช่วงก่อนหน้าถึงปัจจุบัน อาจเปรียบเสมือนอินเตอร์เน็ต (Internet) ในช่วงยุคปี ค.ศ. 1990-1994”

เมื่อปี ค.ศ. 1990, Tim Berners-Lee ได้คิดค้น World Wide Web หรือ www ทำให้คนทั่วโลกรู้จักและเข้าถึงอินเตอร์เน็ต แต่ทว่าคนส่วนใหญ่ก็ยังไม่เข้าในการทำงานหรือประโยชน์ในการใช้อินเตอร์เน็ตในช่วงนั้น

ปัจจุบันอินเตอร์เน็ตเป็นอย่างไร? อินเตอร์เน็ตเหมือนเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตเราไปแล้ว เราสามารถเข้าถึงข้อมูลแบบรวดเร็วโดยใช้ Google และ Wikipedia, พูดคุยกับเพื่อน ครอบครัว และคนรู้จักไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนบนโลกผ่าน Email, Line และ Whatsapp, เครื่องมือการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเพื่อขยายธุรกิจอย่าง Facebook, Twitter และสื่อออนไลน์รูปแบบต่างๆ และอื่นๆอีกมากมาย


dupeh2lltrwddezpwqsvykagqlnesev6.jpg

Credit Photo AD4TH


หากมองในมุมของเทคโนโลยีบล็อกเชนช่วงที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน ก็ไม่ต่างจากยุคอินเตอร์เน็ตในช่วงเริ่มต้นเท่าไหร่นัก

ยกตัวอย่างเช่น Bitcoin (หนึ่งในสกุลเงินดิจิทัล) ทำงานโดยเทคโนโลยีบล็อกเชนที่ถูกคิดค้นและเริ่มนำมาใช้จริงเมื่อปี ค.ศ. 2009 ถึงปัจจุบันไม่ได้มีการพัฒนาใดๆ ทำให้ระยะเวลาในการโอน Bitcoin ให้กันค่อนข้างนาน (บางครั้งอาจถึง 1 ชั่วโมง) ไม่ต่างอะไรกับอินเตอร์เน็ตในช่วงแรกที่โหลดค่อนข้างช้า และยังไม่มีประโยชน์หรือความจำเป็นในชีวิตเรามากนัก

แต่ต้องเข้าใจว่า Bitcoin ไม่ใช่ทุกสิ่งบนโลกของบล็อกเชน ยังมีสกุลเงินดิจิทัลอีกมากมายที่พยายามจะพัฒนาข้อเสียของเทคโนโลยีแบบเดิมให้ดียิ่งขึ้น เพื่อให้ทุกคนสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้จริง

ยกตัวอย่างกรณี (Use Cases) การใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนในชีวิตจริง

- IBM ร่วมกับทีมพัฒนา Stellar และ KlickEx สร้างโซลูชั่นสำหรับการโอนและชำระเงินระหว่างประเทศ ที่สะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย และค่าธรรมเนียมต่ำ

“การโอนเงินระหว่างประเทศระบบเดิมอาจใช้เวลา 1 วัน ถึง 1 อาทิตย์ และมีค่าธรรมเนียมที่สูง
Stellar ใช้เวลาเพียง 2-5 วินาที และค่าธรรมเนียมเพียงแค่ $0.01 (สำหรับ Micropayments)
ข้อมูลจาก stellar.org"

- ประเทศเอสโตเนีย (Estonian) ใช้ระบบบล็อกเชน Guardtime เพื่อเก็บข้อมูลประวัติสุขภาพของประชาชนในประเทศ เพื่อการเข้าถึงข้อมูลระหว่างโรงพยาบาลในประเทศ ที่สามารถทำได้ภายในไม่กี่วินาที และข้อมูลทุกอย่างโปร่งใส

- ประเทศอังกฤษใช้ระบบบล็อกเชน Govcoin เพื่อบริหารจัดการการจ่ายเงินภายในองค์กร เพื่อความโปร่งใสและสามารถตรวจสอบได้

- Samsung ประเทศเกาหลีใต้ พัฒนา Nexledger เพื่อเป็นโซลูชั่นให้กับบริษัทและองค์กรขนาดใหญ่เพื่อช่วยการบริหารจัดการข้อมูลเป็นที่เรื่องง่ายขึ้น

“หลายบริษัทเริ่มนำระบบบล็อกเชนมาใช้เพื่อบริหารจัดการ Supply Chain เพื่อติดตาม เข้าถึงข้อมูล และเชื่อมโยงกับคู่ค้าในต่างประเทศได้สะดวก รวดเร็วขึ้น”

- บางประเทศเริ่มให้ความสนใจใช้ระบบบล็อกเชนในการโหวตคะแนนเลือกตั้ง เพื่อป้องกันการคอรัปชั่น 

“เทคโนโลยีบล็อกเชนทำงานในรูปแบบ Decentralized หรือไม่มีคนกลางมีอำนาจคอยควบคุม ทำให้การที่จะแก้ไขข้อมูลต่างๆ ต้องผ่านการอนุมัติโดยทุกคนที่อยู่ในระบบบล็อกเชน”

- DAV โดยมีที่ปรึกษาอย่าง NASA, IBM, Ford, UPS, SAP, ฯลฯ เริ่มพัฒนาระบบบล็อกเชนระบบการขนส่งแบบอัจฉริยะบนเทคโนโลยีบล็อกเชน เพื่อนำไปใช้กับ Drone ส่งสินค้า, Self-Driving Car รับและขนส่งสินค้าแบบอัตโนมัติ, และ Charger Station ที่ชำระเงินได้ทันทีผ่านระบบบล็อกเชน

นอกจากนี้ยังมีกรณีการใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนที่น่าสนใจอีกมากมายครับ


p2x9fss2whecaqybhny6qxmsktmjdumw.jpg

Credit Photo RubyGarage


อ้างอิงจากกรณีการใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนที่ผมเขียนมา “บล็อกเชน” ไม่จำเป็นต้องเกี่ยวกับเรื่อง “เงิน” เสมอไปครับ อยากให้ทุกท่านมองว่าบล็อกเชนเป็นอีกหนึ่งในเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นมาเพื่อพัฒนาข้อเสียที่มีอยู่ในเทคโนโลยีปัจจุบัน อาจไม่ใช่สิ่งที่จะมาทดแทน แต่เป็นทางเลือกให้กับผู้ใช้มากกว่า

การลงทุนในระยะยาว (Long-term investment)?
หากเชื่อมั่นในเทคโนโลยีบล็อกเชน ให้ลองเปรียบเทียบ Altcoins เป็นบริษัทอย่าง Amazon, Facebook, Google, ฯลฯ เลือกธุรกิจที่เราสนใจ มองว่ามีอนาคต ศึกษาให้ดี และเข้าไปลงทุนครับ

หลังจากอ่านจบแล้วหวังว่าคงเป็นประโยชน์ให้กับทุกท่านนะครับ

Featured Posts

Close